เล่าปี่

เล่าปี่ทรงสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ฮั่น โดย จงซานจิ้งอ๋อง ผู้เป็นพระราชโอรสในจักรพรรดิฮั่นเกงเต้ หรือ จักรพรรดิฮั่นจิงตี้ จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่น ในลำดับอาลักษณ์ราชวงศ์ฮั่น เล่าปี่ทรงมีศักดิ์เป็น เสด็จอาของพระเจ้าเหี้ยนเต้ จึงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้มีตำแหน่งทางพระราชวงศ์เป็นพระปิตุลาธิราช หรือ พระเจ้าอา ส่วนตำแหน่งทางการเมืองดำรงตำแหน่งขุนพลฝ่ายซ้าย เดิมเป็นคนยากจน มีอาชีพทอเสื่อและรองเท้าฟางขาย บิดาเป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นแต่สละฐานันดรศักดิ์เพราะแต่งงานอยู่กินกับหญิงสามัญชนแต่ถูกเหล่าเชื้อพระวงศ์กีดกันพอสละฐานันดรศักดิ์แล้วก็มาอยู่กินกับแม่ของเล่าปี่พ่อของเล่าปี่เสียชีวิตตั้งแต่เล่าปี่ยังเด็กตอนเด็กมีฐานะยากจนมากต้องยังชีพด้วยการทอเสื่อขายขายได้บ้างไม่ได้บ้างแทบไม่มีเงินไปซื้อข้าวมาหุงกินกับแม่ แต่โชคยังดีที่ยังมีข้าวเหนียวต่อมาได้ร่วมสาบานเป็นพี่น้องกับ กวนอู และ เตียวหุย ที่สวนดอกท้อ หลังบ้านเตียวหุย ที่อำเภอตุ้นกวน เพื่อปราบปรามโจรโพกผ้าเหลือง เมื่ออายุได้ 28 พรรษา โดยเป็นพี่ชายคนโต นิสัยมีน้ำใจดีงาม เป็นที่รักใคร่แก่คนทั่วไป ใช้กระบี่คู่เป็นอาวุธคู่พระวรกาย ต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋วหลังจากการตายของโตเกี๋ยมเล่าปี่ถือได้ว่าเป็นตัวละครเอกในเรื่องสามก๊ก โดยล่อกวนตง มีลักษณะของผู้มีคุณธรรมอย่างเต็มเปี่ยม ไม่เคยคิดเอาเปรียบใคร ไม่เคยใช้เล่ห์กลในทางมิชอบ ซึ่งตรงข้ามกับโจโฉ โดยสิ้นเชิง เป็นผู้ที่นบน้อมต่อคนทุกชนชั้น จึงได้รับการเรียกขานจากยาขอบ หรือ ขอบยาว่า “ผู้พนมมือแด่ชนทุกชั้น”

ลกซุน

ลกซุน ชื่อรอง ป๋อเหยียน เป็นเด็กกำพร้ามันตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่กับลุงชื่อลกคัง เจ้าเมืองโลกั๋ง ต่อมาอ้วนสุดขอยืมเสบียงจากลกคัง แต่ลงคังไม่ยอม ทำให้อ้วนสุดสั่งซุนเซ็กมาโจมตีเมืองโลกั๋ง ลกคังจึงส่งลกซุนและครอบครัวมาหลบภัยที่กังตั๋งต่อมาลกซุนได้รับราชการกับง่อก๊ก โดยเริ่มต้นเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยในสังกัดของซุนกวน ลกซุนเป็นขุนนางบัณฑิตที่มีสติปัญญา ชำนาญพิชัยสงคราม มีผลงานในการปกครองและปราบโจร ซุนกวนชื่นชอบในความสามารถของลกซุน จึงเลื่อนตำแหน่งให้หลายครั้ง และให้แต่งงานกับบุตรสาวของซุนเซ็ก หลานสาวของตนลกซุนเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในแผนการยึดเกงจิ๋วของลิบอง ซึ่งแม้เป็นศึกใหญ่ครั้งแรกของลกซุน ก็สามารถลวงกวนอู (ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋วในขณะนั้น) ให้ตายใจ แล้วเข้ายึดเกงจิ๋วไว้ได้ เป็นเหตุให้กวนอูถูกจับและประหารชีวิต

ต่อมาลกซุนได้ผู้บัญชากองทัพง่อก๊กในศึกอิเหลง ป้องกันการบุกโดยทัพใหญ่ของเล่าปี่จำนวน 750,000 คน ซึ่งยกทัพมาแก้แค้นให้กวนอู ลกซุนใช้ยุทธวิธีเผาค่ายเล่าปี่จนย่อยยับและรุกไล่ตามเล่าปี่ แต่กลับเข้าไปหลงอยู่ในกองหินค่ายกลที่ขงเบ้งสร้างไว้ก่อนหน้า ลกซุนหาทางออกไม่ได้ แต่ได้ฮองเซ็งหงัน พ่อตาของขงเบ้งผ่านมาช่วยเหลือและเปิดเผยว่า ขงเบ้งเคยบอกก่อนหน้านี้ว่า ต่อไปจะมีแม่ทัพง่อก๊กหลงเข้ามาในนี้ ขออย่าได้ช่วย แต่ฮองเซ็งหงันได้พาลกซุนออกมาอย่างปลอดภัย ลกซุนจึงเลิกทัพกลับกังตั๋งแม้ลกซุนมีผลงานมากมาย แต่สุดท้ายขัดแย้งกับซุนกวนเพราะสนับสนุนรัชทายาทซุนโห ทำให้ซุนป๋าบุตรของซุนกวนอีกคนไม่พอใจ ใส่ร้ายลกซุนมากมาย จนซุนกวนปลดจากตำแหน่งและส่งคนมาตำหนิต่อว่า ทำให้ลกซุนโกรธและเสียใจจนตรอมใจตาย

ขงเบ้งหรือ จูกัดเหลียง

จูกัดเหลียง หรือที่รู้จักกันในชื่อ ขงเบ้ง เกิดวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.724 เป็นบุตรคนที่ 2 ของจูกัดฟ่ง  ขุนนางตงฉินเก่าในราชวงศ์ฮั่น หลังบิดามารดาถึงแก่กรรมจึงไปอาศัยกับอา ชื่อ จูกัดเหี้ยน เมื่ออายุได้ 16 ปี ก็เกิดสงครามขึ้นจูกัดเหี้ยนจึงพาอพยพลงใต้ไปอยู่ที่เมืองเกงจิ๋ว เล่าเปียวผู้เป็นเจ้าเมืองจึงยกพื้นที่บนเขาโงกั๋งให้อาศัยอยู่ จูกัดเหลียงมีพี่ชายชื่อจูกัดกิ๋นและน้องชายจูกัดจิ้น   จูกัดเหลียงมีอุปนิสัยเยือกเย็นและความคิดที่ฉลาดปราดเปรื่อง มีความรู้แตกฉานทั้ง วิทยาศาสตร์ โหราศาสตร์ การเมืองการปกครอง การทูต คุณธรรม มีเมตตา อุดมด้วยวาทศิลป์ ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบกับชาวบ้านที่เชิงเขาโงลังกั๋งโดยช่วยเหลือชาวบ้านในการทำนาจนเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน

ภายหลังมาเป็นที่ปรึกษาของเล่าปี่จากคำแนะนำของ ซีซี ทำให้เล่าปี่เกิดความศรัทธาในตัวของจูกัดเหลียงและถูกจูกัดเหลียง ลองใจถึงสามครั้งแต่สุดท้ายจูกัดเหลียงก็ยอมไปอยู่กับเล่าปี่เริ่มจากการเป็นที่ปรึกษาต่อมาเล่าปี่ยึดได้เมืองเสฉวนจึงสถาปนาอาณาจักรจ๊กก๊กขึ้น ด้วยความสามารถและผลงานจูกัดเหลียงจึงได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านยุทธนาการสมุหนายกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งอาณาจักรจ๊กก๊ก ต่อมาเมื่อเล่าปีเสียชีวิตทำให้จูกัดเหลียงมีอำนาจมากขึ้น  และดำเนินการรวมแผนดินโดยการบุกอาณาจักรวุยก๊กถึง 6 ครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ บั้นปลายชีวิตจูกัดเหลียงเจ็บออดๆแอดๆอยู่เสมอ จูกัดเหลียงเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 54 ปี