กาเซี่ยง

กาเซี่ยง มีชื่อรองว่า เหวินเหอ เป็นคนมีประสบการณ์สูงและมีสติปัญญาเป็นเลิศ เริ่มแรกเป็นที่ปรึกษาให้แก่ลิฉุยและกุยกี ด้วยสติปัญญาอันสูงส่ง สามารถทำให้ลิฉุย กุยกีอยู่บนอำนาจได้นาน แต่ต่อมาเกิดไม่พอใจลิฉุยและกุยกี จึงไปอยู่กับเตียวสิ้ว กาเซี่ยงมีเพื่อนที่เป็นที่ปรึกษาอยู่เตงเชีย คือ เลียวตู้ช่วงที่เตียวสิ้วยอมมอบเมืองให้แก่โจโฉอย่างเต็มใจ แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่โจโฉเกิดไปหลงนางเจ๋าซือ ภรรยาม่ายของเตียวเจ อาของเตียวสิ้ว ทำให้เตียวสิ้วโกรธมาก กาเซี่ยงก็ได้วางแผนมากมายให้เตียวสิ้ว จนสามารถวางแผนฆ่าเตียนอุย นายทหารองค์รักษ์ของโจโฉได้ และโจโฉก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด และต้องเสียโจงั่งผู้บุตรและโจอันบิ๋นผู้หลานด้วย อีกทั้งโจโฉต้องถอยทัพไปเนื่องจากอ้วนเสี้ยวจะมาตีเมือง ทำให้เตียวสิ้วชนะฝ่ายโจโฉได้ เตียวสิ้วและเล่าเปียวนั้นถึงกับออกปากชมว่ากาเซี่ยงเป็นยอดคนในสมัยพระเจ้าโจผีขึ้นเป็นฮ่องเต้ กาเซี่ยงก็ได้ทัดทานไม่ให้โจผีไปตีซุนกวน แต่โจผีก็ยังไม่ฟัง โจผีประสบความพ่ายแพ้อีกครั้ง ทั้งยังเสียทหารเอกเตียวเลี้ยวไปในสนามรบอีกด้วย กาเซี่ยงยังเป็นคนสมถะ ไม่ชอบทำตัวเด่นดัง และเป็นคนที่จริงใจต่อผู้อื่นในก๊กของโจโฉ ด้วยการกระทำเช่นนี้ ทำให้คนในวุยก๊กยกย่องกาเซี่ยงว่าเป็นกุนซือที่เพียบพร้อมไปด้วยสติปัญญาและนิสัยอีกคนหนึ่งในขณะที่โจผีครองราชย์ได้ 3 ปี นับว่าสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ฝ่ายวุยก๊กมหาศาล ถือเป็นอัจฉริยะที่เกิดขึ้นมาในยุคสามก๊กอีกคนหนึ่ง โดยในประเทศจีนเทียบกาเซี่ยงว่ามีสติปัญญาทัดเทียมฮกหลงเลยทีเดียว เนื่องจากแผนการที่ออกมาจากมันสมองของกาเซี่ยงนั้นไม่เคยผิดพลาดเลยสักครั้ง

จูล่ง

จูล่งเดิมเป็นชาวเมืองเสียงสาน ต่อมาได้เข้ามาเป็นทหารของอ้วนเสี้ยว แต่อ้วนเสี้ยวมีนิสัยที่หยาบช้า ไร้น้ำใจ จูล่งจึงหนีไปอยู่กับกองซุนจ้านเจ้าเมืองปักเป๋ง โดยที่ขณะนั้นกองซุนจ้านได้ทำศึกกับอ้วนเสี้ยว จูล่งยังได้ช่วยชีวิตกองซุนจ้านไว้แล้วสู้กับบุนทิวถึง 60 เพลง จนบุนทิวหนีไป ต่อมาจูล่งได้มีโอกาสรู้จักกับเล่าปี่ ทั้งสองต่างเลื่อมใสซึ่งกันและกัน เมื่อกองซุนจ้านฆ่าตัวตายเพราะแพ้อ้วนเสี้ยว จูล่งจึงได้ร่อนเร่พเนจรจนมาถึงเขาโงจิวสัน ซึ่งมีโจรป่ากลุ่มหนึ่งมีหุยง่วนเสียวเป็นหัวหน้า หุยง่วนเสียวคิดชิงม้าจากจูล่ง จูล่งจึงฆ่าหุยง่วนเสียวตายแล้วได้เป็นหัวหน้าโจรป่าแทน ต่อมากวนอูได้ใช้ให้จิวฉองมาตามหุยง่วนเสียวและโจรป่าไปช่วยรบ จิวฉองเมื่อเห็นจูล่งคุมโจรป่าจึงคิดว่าจูล่งคิดร้ายฆ่าหุยง่วนเสียว จิวฉองจึงตะบันม้าเข้ารบกับจูล่ง ปรากฏว่าจิวฉองต้องกลับไปหากวนอูในสภาพเลือดโทรมกาย ถูกแทงถึง 3 แผล จิวฉองเล่าว่าคนผู้นี้มีฝีมือระดับลิโป้ ดังนั้นกวนอูกับเล่าปี่จึงต้องรุดไปดูด้วยตนเอง แต่เมื่อได้พบกันจูล่งก็เล่าความจริงทั้งหมด ตั้งแต่นั้นมาจูล่งก็ได้เป็นทหารเอกของเล่าปี่เคยรบชนะม้าเฉียวในการประลองตัวๆและยังเคยทะเลาะกับเตียวหุยตอนอยู่กับกองซุนจ้านจนเกือบสังหารเตียวหุยแต่กวนอูมาขวางไว้ หลังจากที่เล่าปี่เสียชีวิตลง จูล่งเป็นทหารสังกัดของขงเบ้ง เมื่อยามศึกยังสู้แม้ตัวเองแก่แล้ว มีครั้งหนึ่ง ก่อนรบศึกกับฝ่ายวุยก็ก ช่วงนั้นขงเบ้งเลือกทหารให้ไปรบ แต่กลับไม่เลือกจูล่ง เพราะขงเบ้งว่าจูล่งแก่แล้ว แต่จูล่งกลับแย้งขี้นมา และได้เป็นทัพหน้าสมใจ แม้ในวัยชราแล้วก็ยังสามารถนำทหารเข้าต่อสู้และเอาชัยเหนือแม่ทัพหนุ่มๆของข้าศึกได้ จูล่งเสียชีวิตอย่างสงบในเมืองฮั่นจง เมื่อปี พ.ศ. 772 หลังจากที่จูล่งตาย ขงเบ้งได้รำพันออกมาว่า “แขนซ้ายข้าขาดแล้ว” และเป็นลมสิ้นสติไปด้วยความเสียใจ ถือว่าเป็นตัวละครเรื่องสามก๊กที่หลายคนคงจะชื่นชอบในความสามารถของจูล่ง รูปลักษณ์การแต่งกายสง่างาม ฝีมือสัประยุทธ์เป็นเลิศ และมีความซื่อสัตย์ ทำการโดยไม่เห็นแก่ลาภยศ พร้อมมีสติปัญญาเป็นเยี่ยม

ซุนกวน

ซุนกวนเป็นบุตรคนที่สองของซุนเกี๋ยน และเป็นน้องชายของซุนเซ็ก เมื่อซุนเซ็กพี่ชายตายไปจึงได้ขึ้นครองเมืองกังตั๋งแทนด้วยวัยแค่ 18 ปี แม้ซุนกวนจะไม่ปรากฏความสามารถในการรบเหมือนผู้พี่แต่มีความสามารถในการปกครองสูงมา มารดาของซุนกวนได้ตายไปก่อนหน้านี้ ผู้ที่เลี้ยงซุนกวนขึ้นมา คือ ง่อก๊กไท่ ผู้มีศักดิ์เป็นน้าของซุนกวน ซึ่งซุนกวนนับถือง่อก๊กไท่ผู้นี้เสมือนแม่แท้ ๆ ของตัว ซุนกวนมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวขาว มีตาสีเขียว หนวดเคราแดง เมื่อขึ้นครองเมืองแต่ยังเล็ก จึงได้รับฉายาว่า “ทารกตาเขียว” ซึ่งในบรรดาผู้นำก๊กทั้ง 3 นั้น ซุนกวนเป็นผู้มีอายุน้อยที่สุด แม้ตอนที่โจโฉยกทัพไปรบกับง่อก๊กของซุนกวนในศึกหับป๋า ซุนกวนก็บัญชาการรบอย่างแข็งขัน จนโจโฉที่แม้แต่เป็นศัตรูยังเอ่ยปากชมว่า “ถ้าจะได้บุตร ต้องได้บุตรอย่างซุนกวน” ซุนกวนมีน้องสาวอยู่นางหนึ่ง เป็นบุตรสาวของง่อก๊กไท่ ชื่อว่าซุนซางเซียงแต่เรียกกันว่า ซุนฮูหยิน ซึ่งต่อมาในภายหลังได้แต่งงานกับเล่าปี่ เป็นภรรยาคนที่ 3 ของเล่าปี่ ซุนกวนออกอุบายให้นางกลับคืนมาง่อก๊ก โดยเชิญนางให้เร่งรีบกลับมาพร้อมอาเต๊าโดยที่เล่าปี่ไม่รู้ แต่ขงเบ้งอ่านอุบายออก จึงให้จูล่งเร่งรีบเดินทางติดตามไป เมื่อถึงเรือของนางก็กระโดดขึ้นเรือขอให้นางกลับไป แต่นางไม่ยอม จูล่งจึงให้นางไปได้แต่อาเต๊า บุตรของเล่าปี่ต้องอยู่ ท้ายที่สุดอาเต๊าก็ได้กลับไปจ๊กก๊ก และเมื่อซุนฮูหยินทราบเมื่อกลับไปถึงว่านี่เป็นอุบายของพี่ชาย ก็เศร้าโศกเสียใจ ท้ายที่สุดนางก็ตรอมใจตายกวนอูและต่อมาใน ปี ค.ศ.252 พระเจ้าซุนกวนสวรรคต รวมเวลาเสวยราชย์อยู่ได้ 24 ปี ภายหลังพระเจ้าซุนกวนสวรรคตไปแล้ว พระโอรสก็ได้ขึ้นเป็นผู้นำก๊กต่อ แต่สภาพภายในง่อก๊กไม่แข็งแกร่งเหมือนเก่า ขุนนางแตกแยกกันเอง จนนำมาสู่การล่มสลายของก๊กในที่สุด

 

เล่าปี่

เล่าปี่ทรงสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ฮั่น โดย จงซานจิ้งอ๋อง ผู้เป็นพระราชโอรสในจักรพรรดิฮั่นเกงเต้ หรือ จักรพรรดิฮั่นจิงตี้ จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่น ในลำดับอาลักษณ์ราชวงศ์ฮั่น เล่าปี่ทรงมีศักดิ์เป็น เสด็จอาของพระเจ้าเหี้ยนเต้ จึงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้มีตำแหน่งทางพระราชวงศ์เป็นพระปิตุลาธิราช หรือ พระเจ้าอา ส่วนตำแหน่งทางการเมืองดำรงตำแหน่งขุนพลฝ่ายซ้าย เดิมเป็นคนยากจน มีอาชีพทอเสื่อและรองเท้าฟางขาย บิดาเป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นแต่สละฐานันดรศักดิ์เพราะแต่งงานอยู่กินกับหญิงสามัญชนแต่ถูกเหล่าเชื้อพระวงศ์กีดกันพอสละฐานันดรศักดิ์แล้วก็มาอยู่กินกับแม่ของเล่าปี่พ่อของเล่าปี่เสียชีวิตตั้งแต่เล่าปี่ยังเด็กตอนเด็กมีฐานะยากจนมากต้องยังชีพด้วยการทอเสื่อขายขายได้บ้างไม่ได้บ้างแทบไม่มีเงินไปซื้อข้าวมาหุงกินกับแม่ แต่โชคยังดีที่ยังมีข้าวเหนียวต่อมาได้ร่วมสาบานเป็นพี่น้องกับ กวนอู และ เตียวหุย ที่สวนดอกท้อ หลังบ้านเตียวหุย ที่อำเภอตุ้นกวน เพื่อปราบปรามโจรโพกผ้าเหลือง เมื่ออายุได้ 28 พรรษา โดยเป็นพี่ชายคนโต นิสัยมีน้ำใจดีงาม เป็นที่รักใคร่แก่คนทั่วไป ใช้กระบี่คู่เป็นอาวุธคู่พระวรกาย ต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋วหลังจากการตายของโตเกี๋ยมเล่าปี่ถือได้ว่าเป็นตัวละครเอกในเรื่องสามก๊ก โดยล่อกวนตง มีลักษณะของผู้มีคุณธรรมอย่างเต็มเปี่ยม ไม่เคยคิดเอาเปรียบใคร ไม่เคยใช้เล่ห์กลในทางมิชอบ ซึ่งตรงข้ามกับโจโฉ โดยสิ้นเชิง เป็นผู้ที่นบน้อมต่อคนทุกชนชั้น จึงได้รับการเรียกขานจากยาขอบ หรือ ขอบยาว่า “ผู้พนมมือแด่ชนทุกชั้น”

โจโฉ

เป็นบุตรชายของโจโก๋ เป็นบุตรบุญธรรมของมหาขันทีโจเท้ง  โจโฉรับราชการในเมื่ออายุ20 ปี ในตำแหน่ง ผู้บังคับกองทหารนครบาลเหนือ หรือเป้ยตู้เว่ย ภายหลังได้เช้ามาอยู่ในสังกัดอ้วนเสี้ยว โดยมีตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกรมทหารม้าเร็ว แล้วได้รับตำแหน่งให้เป็นแม่ทัพของฝ่ายราชวงศ์ฮั่นที่ออกปราบกบฏ  โดยหลายคนเชื่อกันว่า โจโฉเป็นคนที่มีรูปร่างเล็ก มีบุคลิกมีนิสัยที่ฉลาดแกมโกง เอาตัวรอดได้อย่างสบาย ตำราพิชัยสงครามนั้นเป็นเลิศ ชื่นชอบเรื่องของศิลปะ นิสัยที่รอบคอบ หลังจากนั้นปราบกบฏสำเร็จก็ได้รับความดีความชอบเป็นอย่างมาก โจโฉมีลูกชายทั้งหมด 5 คน คนแรกชื่อโจงั่ง ซึ่งเกิดจากนางเล่าฮูหยิน แต่เสียชีวิตเมื่อครั้งเกิดศึกสงครามกับเตียวสิ้วพร้อมกับภรรยาอีกคนหนึ่งคือนางเอียนสี โจโฉยังมีบุตรชายกับภรรยาคนที่สองซึ่งภายหลังกลายเป็นภรรยาเอกคือนางเปี้ยนสี อีก 4 คนคือ โจผี โจเจียง โจสิด และ โจหิม โจหิมป่วยหนักและเสียชีวิตแต่ยังหนุ่ม บุตรชายที่เหลือทั้ง 3 คนจึงได้รับราชการและสร้างผลงานเอาไว้ชัดเจนในช่วงชีวิตปลายของโจโฉ และ โจโฉป่วยเป็นโรคประสาท มักปวดหัวเป็นประจำ ว่ากันว่าเกิดขึ้นหลังจากแม่ทัพกวนอูแห่งจ๊กก๊กได้ถูกตัดหัวด้วยฝีมือของซุนกวนแห่งง่อก๊ก นี่คือหนึ่งตัวละครที่สำคัญของสามก๊กที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการรบและเชี่ยวชาญเรื่องตำราพิชัยสงครามอย่างท่องแท้ เป็นหนี่งตัวละครที่ต้องบอกเลยว่า เป็นตัวละครที่หลายคนคงจะชื่นชอบในความสามารถของโจโฉ

ลกซุน

ลกซุน ชื่อรอง ป๋อเหยียน เป็นเด็กกำพร้ามันตั้งแต่เด็ก อาศัยอยู่กับลุงชื่อลกคัง เจ้าเมืองโลกั๋ง ต่อมาอ้วนสุดขอยืมเสบียงจากลกคัง แต่ลงคังไม่ยอม ทำให้อ้วนสุดสั่งซุนเซ็กมาโจมตีเมืองโลกั๋ง ลกคังจึงส่งลกซุนและครอบครัวมาหลบภัยที่กังตั๋งต่อมาลกซุนได้รับราชการกับง่อก๊ก โดยเริ่มต้นเป็นขุนนางชั้นผู้น้อยในสังกัดของซุนกวน ลกซุนเป็นขุนนางบัณฑิตที่มีสติปัญญา ชำนาญพิชัยสงคราม มีผลงานในการปกครองและปราบโจร ซุนกวนชื่นชอบในความสามารถของลกซุน จึงเลื่อนตำแหน่งให้หลายครั้ง และให้แต่งงานกับบุตรสาวของซุนเซ็ก หลานสาวของตนลกซุนเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในแผนการยึดเกงจิ๋วของลิบอง ซึ่งแม้เป็นศึกใหญ่ครั้งแรกของลกซุน ก็สามารถลวงกวนอู (ซึ่งเป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋วในขณะนั้น) ให้ตายใจ แล้วเข้ายึดเกงจิ๋วไว้ได้ เป็นเหตุให้กวนอูถูกจับและประหารชีวิต

ต่อมาลกซุนได้ผู้บัญชากองทัพง่อก๊กในศึกอิเหลง ป้องกันการบุกโดยทัพใหญ่ของเล่าปี่จำนวน 750,000 คน ซึ่งยกทัพมาแก้แค้นให้กวนอู ลกซุนใช้ยุทธวิธีเผาค่ายเล่าปี่จนย่อยยับและรุกไล่ตามเล่าปี่ แต่กลับเข้าไปหลงอยู่ในกองหินค่ายกลที่ขงเบ้งสร้างไว้ก่อนหน้า ลกซุนหาทางออกไม่ได้ แต่ได้ฮองเซ็งหงัน พ่อตาของขงเบ้งผ่านมาช่วยเหลือและเปิดเผยว่า ขงเบ้งเคยบอกก่อนหน้านี้ว่า ต่อไปจะมีแม่ทัพง่อก๊กหลงเข้ามาในนี้ ขออย่าได้ช่วย แต่ฮองเซ็งหงันได้พาลกซุนออกมาอย่างปลอดภัย ลกซุนจึงเลิกทัพกลับกังตั๋งแม้ลกซุนมีผลงานมากมาย แต่สุดท้ายขัดแย้งกับซุนกวนเพราะสนับสนุนรัชทายาทซุนโห ทำให้ซุนป๋าบุตรของซุนกวนอีกคนไม่พอใจ ใส่ร้ายลกซุนมากมาย จนซุนกวนปลดจากตำแหน่งและส่งคนมาตำหนิต่อว่า ทำให้ลกซุนโกรธและเสียใจจนตรอมใจตาย

โลซก

โลซก มีชื่อรองว่า จื้อจิง เกิดในปี พ.ศ.715 ในครอบครัวเศรษฐีทำการค้าขาย  อพยพมายังแดนใต้เพราะหนีสงครามและได้รู้จักกับจิวยี่และซุนเซ็กตอนที่ทั้งสองต้องการตั้งตัวจิวยี่ได้ไปขอยืมเสบียงและทุนทรัพย์จากโลซก แต่โลซกกับยกให้มากกว่าที่จิวยี่ของไว้เสียอีก ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความสนิทสนมกันมากภายหลังซุนเซ็กตายซุนกวนมารับสืบทอดเป็นหัวหน้าก๊กแทนจิวยี่เลยชวนโลซกให้มาอยู่กับซุนกวน ในการปรากฏตัวครั้งแรกในสามก๊กของโลซกก็ตอนที่ซุนกวนส่งตัวโลซกไปเกงจิ๋วเพื่อคาราวะศพเล่าเปียวที่เพิ่งเสียชีวิตไม่นานขณะนั้นเล่าปี่กำลังลำบากเนื่องจากหาเมืองอาศัยไม่ได้ เพราะถูกรุกรานอย่างหนักจากโจโฉ ขงเบ้งจึงว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ความช่วยเหลือจากซุนกวน โดยจะชักชวนซุนกวนให้ร่วมรบกับโจโฉ อันเป็นที่มาของศึกเซ็กเพ็กอันลือลั่น

โลซกเป็นคนซื่อสัตย์ บุคลิกตรงไปตรงมา เมื่อจิวยี่ตายไปโลซกได้ขึ้นมารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แทน โลซกมักเป็นบุคคลที่จิวยี่ใช้ให้ไปทวงถามเรื่อง การคืนเมืองเกงจิ๋วของเล่าปี่ ตามที่เคยได้ให้สัญญากันไว้ แต่ก็ไม่สำเร็จสักครั้งเดียว เนื่องจากความเป็นคนซื่อของโลซกนี่เอง ซ้ำโลซกยังต้องกลายมาเป็นผู้ลงชื่อรับประกันสัญญาเองเสียด้วย จิวยี่ถึงกับออกปากว่า ท่านนี่ซื่อจริง ๆ หลงกลขงเบ้งกับเล่าปี่แล้วโดยไม่รู้ตัว แต่โลซกกลับไม่คิดเช่นนั้น

โลซกมีบทบาทอีกครั้ง ตอนที่เล่าปี่เดินทัพสู่เสฉวนเพื่อหาทางยึดเป็นที่มั่นให้ได้ และเมืองเกงจิ๋วที่เคยเป็นของซุนกวน ก็ยกให้กวนอูรักษา โลซกวางแผนให้กวนอูข้ามฟากมายังง่อก๊ก เพื่อกินเลี้ยงแล้วใช้โอกาสนี้สังหารกวนอูเสีย แต่กวนอูรู้ทัน และด้วยความห้าวหาญของกวนอู ทำให้ทหารของโลซกไม่อาจกล้าทำตามแผนได้ และกวนอูก็เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย

กุยแก

กุยแก ชื่อรอง ฟ่งเสี้ยว เดิมเป็นชาวเมืองอิ่งชวน เดี๋ยงตี๋ มณฑลเหอหนาน เดิมอยู่กับอ้วนเสี้ยวแต่อ้วนเสี้ยวเป็นผู้นำที่ใช่คนไม่เป็น กุยแกจึงหนีมาอยู่กับโจโฉ ในวัยเพียง 27 ปี ด้วยการแนะนำของซุนฮก  กุยแกเป็นนักวางแผนคนสำคัญ เป็นผู้สรุปข้อดี 10 ประการของโจโฉ และสรุปข้อด้อย 10 ประการของอ้วนเสี้ยวเปรียบเทียบให้โจโฉฟัง ซึ่งเป็นแรงดลใจให้โจโฉทำสงครามแตกหักกับอ้วนเสี้ยว แม้จะมีกำลังคนน้อยกว่าอ้วนเสี้ยวถึง 10:1 แต่โจโฉเอาชนะอ้วนเสี้ยวได้กุยแกเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเฉลียวฉลาดมาก อาจเทียบได้กับขงเบ้งของเล่าปี่ ทว่าทั้งคู่ไม่มีโอกาสได้ประชันฝีมือกัน เพราะกุยแกเสียชีวิตเสียก่อน ด้วยป่วยตายที่เมืองลกเอี๋ยงในวัยเพียง 38 ปี ระหว่างที่โจโฉทำสงครามติดตามอ้วนซง และอ้วนถำ บุตรชายของอ้วนเสี้ยว ที่หนีไป ภายหลังอ้วนเสี้ยวตายไปแล้ว ก่อนตาย กุยแกได้เขียนจดหมายถึงโจโฉว่า ไม่จำเป็นต้องไล่ติดตามคนทั้ง 2 ไปไกล เพราะไม่นานทั้ง 2 จะแตกกันเองและจะมีผู้จัดการให้ในที่สุด ซึ่งก็ปรากฏเป็นจริงดังคำของกุยแก เพราะเมื่ออ้วนซงและอ้วนฮีหนีไปอยู่กับกองซุนข้อง กองซุนข้องระแวงคนทั้ง 2 อยู่แล้ว จึงฆ่าและตัดหัวมามอบให้แก่โจโฉเมื่อกุยแกตาย โจโฉร่ำไห้อาลัยมาก รำพึงรำพันว่า กุยแกตายแต่ยังหนุ่ม เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งตน และอีกครั้งหลังพ่ายแพ้ย่อยยับจากศึกเซ็กเพ็ก โจโฉรำพันว่า ถ้ากุยแกยังอยู่จะต้องห้ามปรามตน

สุมาอี้

สุมาอี้ ชื่อรอง ต๋งตัด บ้านเกิด เป็นชาวอำเภออุน เมืองเหอเน่ย  มณฑลเหอหนาน มีลักษณะ แววตาแหลมเล็กคล้ายตาเหยี่ยว สุมาอี้เป็นคนเฉลียวฉลาด ชำนาญตำราพิชัยสงคราม ใจคอหนักแน่นแต่ก็เด็ดขาดในการตัดสินใจ กระทั่งมีผู้สนใจประวัติศาสตร์สามก๊ก ได้วิจารณ์ในทำนองเสียดสีไว้ว่า สุมาอี้คือ “เจ้าสำนักด้านดำ” คือมีความชาด้านทำเพื่อประโยชน์ของตนได้เสมอ โดยไม่สนใจในเรื่องคุณธรรมศักดิ์ศรี และมีความใจดำอำมหิตพร้อม ๆ กัน ซึ่งเป็นอุปนิสัยของผู้มีอำนาจในประวัติศาสตร์ทุกยุคสมัย สุมาอี้เริ่มต้นจากการรับราชการตำแหน่งเล็กก่อนที่จะไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งเสนาธิการและแม่ทัพ อย่างไรก็ตาม ความสุขุมลุ่มลึกของสุมาอี้นั้น ทำให้แม้แต่โจโฉยังไม่ไว้วางใจ และเคยเตือนบุคคลรอบข้างให้ระวังสุมาอี้ เมื่อโจโฉและโจผีสิ้นลง โจยอยได้ขึ้นครองราชย์ สุมาอี้ได้รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของวุยก๊ก และเป็นคู่ปรับคนสำคัญของขงเบ้ง  โดยผลัดแพ้ชนะกับขงเบ้งอยู่หลายครั้งทั้งคู่ต่างเกรงกลัวฝีมือซึ่งกันและกัน ครั้งหนึ่งสุมาอี้เกือบตายเพราะตกอยู่ในวงล้อมไฟของขงเบ้ง

เมื่อสิ้นโจยอย โจฮองขึ้นครองราชย์แทน สุมาอี้ถูกตระกูลโจถอดออกจากตำแหน่งไปอยู่บ้านเฉยๆเพราะไม่ไว้ใจเป็นเวลาเกือบ 10 ปี แต่ท้ายที่สุดก็ทำการรัฐประหารโค่นอำนาจของตระกูลโจได้สำเร็จสุมาอี้ มีบุตรชาย 2 คน ที่ล้วนแต่มีความสามารถมาก เพราะสุมาอี้มักสั่งสอนและให้ติดตามทำศึกอยู่เสมอ ๆ คือ สุมาสู และสุมาเจียว ภายหลังจากสิ้น 3 คนนี้แล้ว สุมาเอี๋ยน บุตรชายของสุมาเจียว หลานปู่ของสุมาอี้ได้รวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว และขึ้นครองราชย์เป็นเสวียนตี้ฮ่องเต้ ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์จิ้น เป็นอันสิ้นสุดยุคสามก๊ก และราชวงศ์ฮั่นสุมาอี้เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 73 ที่เมืองลกเอี๋ยง ด้วยโรคชรา

บังทอง

บังทอง ชื่อรองว่า ซื่อหยวน เกิดปีเดียวกับสุมาอี้ เป็นชาวเมืองเซียงหยาง เมืองใหญ่ในเขตมณฑลเกงจิ๋ว เป็นหลานอาของบังเต็งกง เพื่อนสนิทของสุมาเต็กโช สุมาเต็กโชรักใคร่บังทองมากเหมือนเป็นน้องชายตัวเอง บังทองเป็นอีกหนึ่งที่สุมาเต็กโชและนำให้กับเล่าปี่เมื่อครั้งหนีจากการตามล่าของชัวมอ ว่าปราชญ์ที่จะช่วยเล่าปี่ให้มีอำนาจได้นั้นมี 2คนคือ ขงเบ้งกับบังทอง

บังทอง ปรากฏตัวในสามก๊ก ด้วยเป็นปราชญ์ที่เร้นกายที่ง่อก๊ก โดยทำทีหลอกเจียวก้าน ทูตของโจโฉ ที่ถูกส่งตัวไปง่อก๊ก จนเจียวก้านเชื่อใจ นำพาไปพบโจโฉ โจโฉได้มอบหมายให้บังทองเป็นผู้วางอุบาย เอาชนะศึกง่อก๊ก บังทองแนะนำให้ผูกเรือของวุยก๊ก ต่อกันเป็นทอด ๆ ด้วยโซ่ เรียกว่า “ห่วงโซ่สัมพันธ์” ซึ่งเป็นอุบายที่นำมาซึ่ง การเผาเรือวุยก๊กด้วยไฟ จากความร่วมมือกันของจิวยี่และจูกัดเหลียง ในศึกเซ็กเพ็ก (ศึกผาแดง) อันเป็นศึกที่โจโฉพ่ายแพ้อย่างย่อยยับที่สุด

ต่อมาโลซกที่ปรึกษาซุนกวน กลัวว่าบังทองจะไปอยู่กับโจโฉเลยแนะนำให้ซุนกวนไปชวนบังทองเข้าพวกแต่ซุนกวนไม่ชอบในตัวบังทองเลยไม่ค่อยสนใจ โลซกจึงแนะนำบังทองให้ไปอยู่กับเล่าปี่ โดยแนะนำผ่านทางขงเบ้ง เมื่อเล่าปี่เห็นบังทองมีหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่เลยไม่วางใจในความสามารถแต่ก็เกรงใจขงเบ้งจึงให้บังทองไปเป็นนายอำเภอเมืองลอยเอี๋ยง บังทองได้แสดงความสามารถจัดทำงานหนึ่งปีให้เสร็จได้เพียงวันเดียว เล่าปี่จึงเลื่อนให้มาเป็นกุนซือคนหนึ่งของตนเทียบเท่ากับขงเบ้ง  ครั้งหนึ่งบังทองออกอุบายให้เล่าปี่สังหารเล่าเจี้ยงเพื่อยึดเมืองเสฉวน แต่เล่าปี่ไม่ยอมทำ ระหว่างเดินทางตีเมืองลกเสียเล่าปี่ได้ให้ม้าเต้กเลาที่ตนขี่ให้บังทอง ศัตรูที่ดักอยู่จึงเข้าใจผิดว่าเป็นเล่าปี่จึงรุมยิงบังทองตาย เมื่ออายุได้ 36ปี